Category: ข่าวสารสภาแห่งประเทศไทย

ปัญหาที่มาของสมาชิกวุฒิสภาไทย

Senator Thai

หากได้ลองทำการเปรียบเทียบรัฐ ธรรมนูญหลายๆฉบับที่ได้เคยใช้มาแล้วนั้น พบว่ารัฐธรรมนูญได้เริ่มให้มีวุฒิสภาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 เป็นต้นมา โดยเริ่มต้นให้มาจากการแต่งตั้งจุดประสงค์ก็เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงและ เสถียรภาพให้กับฝ่ายบริหาร ซึ่งเมื่อก่อนนั้นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่จึงเป็นนายทหาร ยศสูงๆหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่การที่ใช้วิธีการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาโดยการแต่งตั้งนั้นก็ได้ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ว่าเป็นวิธีการที่ไม่โปร่งใสเนื่องจากผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีมักที่ จะทำการแต่งตั้งบุคคลของตนเองเข้ามารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเพื่อเป็นฐาน อำนาจให้กับฝ่ายตนเองจึงทำให้วุฒิสภาได้ขาดความน่าเชื่อถือลงไปเรื่อยๆ จนเมื่อเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี พ.ศ.2535 หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนต้องการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับการเมือง มากยิ่งขึ้น จึงทำให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นฉบับที่สมาชิกวุฒิสภานั้นมาจากการเลือกตั้ง และหลังจากใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาก็กลับเกิดปัญหาเช่นกัน เนื่องจากผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตั้งหลายรายเป็นพรรคพวกเดียวกัน กับนักการเมืองที่มีอิทธิพลโดยบางรายได้เป็นเครือญาติกันก็มี ทำให้เมื่อคนเหล่านี้ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งจึงมักที่จะทำหน้าที่ที่เอื้อ ประโยชน์ให้พรรคพวกของตน จึงทำให้วุฒิสภาไม่สามารถทำการตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างเต็มที่นักจึงทำให้ เกิดความไม่โปร่งใสขึ้น ฉะนั้นแล้วร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จึงได้มีการเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงที่มาของสมาชิกวุฒิสภาเสียใหม่โดยให้มา จากการเลือกตั้งและการแต่งตั้งผสมกันไปเพื่อที่จะขจัดปัญหาต่างๆไม่ว่าจะ เป็นในเรื่องความไม่โปร่งใส เอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้พวกพ้อง การใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบให้หมดไป ซึ่งก็ได้นำมาใช้จนถึงในปัจจุบันแต่ก็ปรากฏว่าก็ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี ในกลุ่มที่เสียผลประโยชน์หลังจากที่เคยทำการกอบโกยหรือทำการทุจริตคอรัปชั่น กันมาจนเป็นเวลานานก่อนหน้านี้

การถอดถอนวุฒิสภาทำได้อย่างไร

Removal of the Senate

เนื่องจากผู้ที่จะเข้ามาดำรง ตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องมีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิและต้องปฏิบัติหน้าที่ อย่างเป็นธรรมไม่ทำการเข้าข้างนักการเมืองเพื่อหวังผลประโยชน์ รัฐธรรมนูญจึงได้มีวิธีในการตรวจสอบวุฒิสภาดังต่อไปนี้ (1) ถ้าหากพบว่าสมาชิกวุฒิสภามีการทุจริตต่อหน้าที่ ร่ำรวยผิดปกติ ใช้อำนาจหน้าที่ในการมิชอบโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายแล้วนั้น ให้วุฒิสภาทำการถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ และผู้ที่มีสิทธิในการยื่นเรื่องให้ทำการถอดถอนสมาชิกวุฒิสภาก็คือ – สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด – สมาชิกวุฒิสภา แต่ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด – ประชาชนจำนวนอย่างน้อย 20,000 คน ที่มีสิทธิในการเลือกตั้ง (2) สมาชิกวุฒิสภาจะสิ้นสุดสมาชิกภาพลงเนื่องจากการขาดคุณสมบัติหรือการฝ่าฝืน ข้อห้ามในขณะที่ดำรงตำแหน่ง หรือการขาดการเข้าร่วมประชุมเกินจำนวน 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุมโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากประธานวุฒิสภาเสียก่อน (3) ถ้าหากสมาชิกวุฒิสภาได้กระทำการใดๆโดยไม่สุจริตเพื่อทำให้ตนเองได้รับการ เลือกตั้งก็ดีหรือได้รับการสรรหาก็ดี หรือการกระทำอันหนึ่งอันใดที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และถ้าหากศาลฎีกาได้พิจารณาตัดสินแล้วว่าบุคคลผู้นั้นได้กระทำความผิดจริงก็ จะมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งหรือเพิกถอนการสรรหาและสมาชิกวุฒิสภาจะสิ้นสุดสมาชิกภาพด้วยเหตุผลดังนี้ – ออกเมื่อครบวาระ – เสียชีวิต – ลาออก – ขาดคุณสมบัติหรือฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ – โดนวุฒิสภาทำการถอดถอนจากตำแหน่งเนื่องจากการทุจริตคอรัปชั่น หรือมีการเรียกตั้งใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากวุฒิสภา […]

ประวัติของสมาชิกสภาปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน

senate54

อุกฤษ มงคลนาวิน ประวัติส่วนตัว นาย อุกฤษ มงคลนาวิน เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี พ.ศ. 2477 เป็นบุตรของ นาวาโทพระมงคลนาวาวุธ และนางต่วนทิพย์ มงคลนาวิน  โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกอบพิธีสมรสพระราชทานกับ ท่านผู้หญิง มณฑินี มงคลนาวิน ซึ่งเป็นนางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีบุตรชายบุญธรรมสองคน คือ ดร.พืชภพ มงคลนาวิน และ ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ซึ่งเป็นบุตรของน้องสาว คือ อุษา มงคลนาวิน กับ อุเทน โทณะวณิก ประวัติการการศึกษา สำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์ บัณฑิต และสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2501ต่อมาได้รับ นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับ ปริญญาเอกทางกฎหมาย (Docteur en Droit) จากมหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2509 […]

ประวัติของสมาชิกวุฒิสภาที่โด่งดังของไทย

The famous senator

ดร.อภิชาติ ดำดี ชาติกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2503 ที่จังหวัดกระบี่ เป็นบุตรของนายดวล-นางวรรโณ คำดี ซึ่งมีอาชีพรับราชการครูทั้งสองคน มีพี่น้องร่วมสายโลหิต 8 คน การศึกษา เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอิสรานุสรณ์และโรงเรียนโภคาพาณิชย์นุกูล จังหวัดกระบี่ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2527 จบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2548 ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง จากสถาบันพระปกเกล้าพร้อมกับรางวัลโล่ห์พระราชทาน “เอกสารวิชาการส่วนบุคคลดีเด่น” เรื่อง “หลักพระพุทธศาสนากับการส่งเสริมวิถีชีวิตประชาธิปไตย” เมื่อปี พ.ศ.2548 จบปริญญาเอกด้านการพัฒนาและการปฎิรูปองค์กร จากมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ซีบู ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ.2552 จบปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อปี พ.ศ.2554 ประวัติการทำงาน ดร.อภิชาติ ดำดี เป็นนักกิจกรรมตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปร่วมกิจกรรมในระดับนานาชาติหลายครั้งใน หลายประเทศ ในส่วนของกิจกรรมของมหาวิทยาลัยก็มีส่วนร่วมในงานสังคมหลายด้าน เมื่อจบจากมหาวิทยาลัยแล้วเป็นผู้ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักเป็นอันมากทั้งจาก ความโดดเด่นเรื่องวาทศิลป์ที่เป็นที่รู้จักจากรายการเวทีวาที 9 ใหม่ […]